God's in his heaven,All's right with the world!

Anno Inspiration
แรงบันดาลใจของฮิเดอากิอันโนะ
Rebuild of Evangelion
Evangelion 3.0+1.0 Thrice upon a time
Evangelion Anima
Evangelion Anima อนิเมลำดับถัดไป

เหตุกาณ์ใน one more final : I need you

ตอนจบของ the end of evangelion ที่เป็นปริศนามายาวนาน คำตอบที่ได้ทุกคำตอบก็ยังไม่เคยเคลียข้อสงสัยในใจผมได้สักที จนกระทั่งผู้ชมในกลุ่มต่างประเทศสะกิดใจถึงท่อนไม้ที่ถูกตอกไม้กางเขนของมิซาโตะไว้ โดยบรรยายไว้ว่านี่คือป้ายหลุมศพของมิซาโตะ ที่ชินจิเป้นผู้ทำขึ้นโดยในฉากนั้นก็มีกระป๋องเบีย yebisu ที่มิซาโตะชอบดื่มเป็นประจำลอยอยู่ในน้ำ หากว่าเป้นธรรมเนียมตามปกตินี่คือของเซ่นไหว้หน้าหลุมศพ นั้นเป็นป้ายหลุมศพที่ชินจิเป็นผู้ทำขึ้น

ป้ายหลุมศพของมิซาโตะที่ชินจิทำขึ้น

ป้ายหลุมศพของมิซาโตะเป็นหลักฐานว่าชินจิตื่นขึ้นมาก่่อนสักพักหนึ่งแล้ว

หากว่าโลกของ Neon genesis evangelion และ Rebuild of evangelion เป็นดั่งกระจกสะท้อนกันนั้นย่อมหมายความว่าไม้หลักตอกจี้ไม้กางเขนนั้นคือป้ายหลุมศพของมิซาโตะจริงๆ และชินจิเป็นผู้ทำขึ้นมา นั่นหมายความว่าชินจิตื่นขึ้นมาก่อนอาสึกะสักระยะแล้ว และเป็นผู้จัดการทำแผลดูแลร่างกายอาสึกะด้วยตนเอง

ชินจิไม่ได้ตื่นมาโดยมีอาสึกะอยู่เคียงข้าง

ชินจิทำแผลและคอยดูแลอาสึกะที่ชายหาดนั่นแหละ

แต่แล้วทำไมชินจิถึงบีบคออาสึกะในตอนนั้น นี่คือคำถามที่พวกเราต่างเก็บความสงสัยกันมาตลอดระยะเวลา ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาหลายคนตอบคำถามนั้นแต่ สำหรับผู้เขียนไม่เคยพึงพอใจต่อคำตอบเหล่านั้นเลย จึงขอเขียนคำตอบที่เติมเต็มผู้เขียนได้ในขณะนี้ ในฉากที่ชินจิบีบคออาสึกะในห้องกินข้าว(นี่คือการแก้ไขความทรงจำของตัวชินจิเอง สังเกตดูว่าฉากที่ชินจิปั้นกองทราย ที่นั่นคือสตูดิโอเหมือนกับ ภาค 3.0+1.0) นี่คือคำพูดของทั้งสองคน

S: ฉันอยากช่วยเธอเท่าที่ทำได้ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกันตลอด

A: ก็ไม่ต้องทำอะไรเลิกกวนฉันได้แล้ว นายมีแต่จะทำร้ายฉัน

S: อาสึกะช่วยฉันที่สิ เถอะนะ ฉันมีแค่เธอคนเดียวนะ อาสึกะ

A: คนโกหก ใครก็ช่วยได้ทั้งนั้นแหละ นายกลัวมิซาโตะกับเด็กคนที่หนึ่ง(เร) กลัวพ่อตัวเองแม่ตัวเอง นายเลยวิ่งมาหาฉัน

S: ช่วยด้วยอาสึกะ

A: เพราะง่ายสุด เจ็บน้อยสุด

S: เถอะนะช่วยฉันด้วย

A: นายไม่เคยรักใครจริงๆเลย นายเอาแต่อยู่กับตัวเอง แต่ก็ไม่เคยรักตนเองเลย น่าสมเพช

S: ช่วยด้วย ได้โปรดใครก็ได้ช่วยฉันที ช่วยด้วย... อย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว อย่าทิ้งฉัน อย่าฆ่าฉัน

A: ไม่

หลังจากนั้นชินจิก็บีบคออาสึกะ เริ่มบรรเลงเพลง komm susser tod ประโยคสำคัญในเพลง “once was happy now is sad”

ชินจิบีบคออาสึกะแต่พึงสังเกตุที่ชุดเป็นชุดเดียวกันกับตอนที่ 15

ฉากนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงอต่ฉากถูกสาดกาแฟใส่เป็นเรื่องจริง เพราะชินจิไปพูดว่าคุณคาจิตายแล้วนั่นแหละ

ในฉากนี้ต่อมาเมื่อเราได้รับชม 3.0+1.0 นั้นก็จะพอเข้าใจได้ว่าชินจิกำลังสร้างความทรงจำใหม่ให้ตนเอง เนื่องจากเสื้อผ้าและสถานที่ห้องกินข้าวนั้นเป็นสถานที่และชุดเดิมที่ อาสึกะกับชินจิจูบกันในตอนที่ 15 “นายกำลังใช้ความฝันเพื่อแก้แค้นความจริง อยู่สินะ” ในฉากจูบนี้เองที่เป็นจุดสร้างความขัดแย้งของชินจิและอาสึกะ มันกลายเป็น Love hate relationship ขึ้นมา ชินจิอาจเคยจำว่าเป็นความทรงจำที่มีความสุขอยู่ก็ได้ หากสังเกตดูว่าในตอนที่ 16 ชินจิดูมิความสุขมากขึ้นถึงกับมีรอยยิ้มเพียงครั้งเดียวที่ไม่ได้เสแสร้งเมื่อสามารถเอาชนะค่าซิงโครของอาสึกะได้ โดยมีอัตราค่าซิงโครสูงเป็นอันดับที่ 1 เนื่องจากชินจิเริ่มเข้าใจถึงความเป็นผู้ชายในแบบของคุณคาจิ ซึ่งเป็นผู้ชายที่อาสึกะแสดงออกชัดว่าชอบอยู่ตลอด ชินจิ จึงยึดถือเอาคุณคาจิเป็นแบบอย่าง ทั้งเรื่องความมั่นใจ ชินจิเคยให้กำลังใจตนเองบนรถเมล์แม้จะถูกเด็กหัวเราะเยาะให้เสียความมั่นใจในภายหลัง ขณะที่รถเมล์กำลังจอดลงที่ย่านสถานเริงรมณ์

ในเช้าวันต่อมาเปิดศึกกับเทวฑูตเลริเอล ชินจิเสนอตัวเป็นผู้นำการโจมตีด้วยเหตุผลง่ายๆว่าการต่อสู้เป็นหน้าที่ของผู้ชาย(ฉันจะปกป้อง เร และ อาสึกะเอง) นั่นคือการแสดงออกว่าเขามี self esteem สูงที่สุดในช่วงเวลานั้น

ซึ่งก็เป็นการแย่งชิงสิ่งสำคัญที่สุดของอาสึกะคือการเป็นนักบินเอวานเกเลียน 02 ไม่ใช่สิต้องเป็นนักบินที่เก่งที่สุด! จากอาสึกะนับแต่นั้นอาสึกะก็มองชินจิเป็นคู่แข่งเสมอมา

หากว่าชินจิเปิดใจบอกอาสึกะไปตามตรงว่าอยากจะปกป้องอาสึกะ อาสึกะอาจจะยอมหลีกทางให้ได้แบบใน โดจิน re-take ซึ่งเรื่องที่ว่าอาสึกะต้องการมีใครสักคนที่แข็งแกร่งพอจะปกป้องเธอให้ปลอดภัยได้ ใน rebuild of evangelion เองก็พอสูจน์แล้วว่าจริง เนื่องจาก คาซึยะ ทซึรุมากิ ผู้กำกับอนิเมชัน ซึ่งมีผลงานส่วนตัวคือ FLCL ได้เล่าเรื่องภายในจิตใจของตัวละคร มามิมิ ผ่านเกมส์ fire starter ที่เธอเล่น และผลักดันให้เธอเป็นนักลอบวางเพลิง แต่สำหรับ อาสึกะ ซึ่งเล่นเกมส์ gunpei ที่โหมดเนื้อเรื่องเป็นการปกป้องผู้หญิงจากเหล่าร้ายโดยคาวบอย นั้นเป็นการแสดงภายในจิตใจว่าอาสึกะจริงๆแล้วเปราะบางไม่ต่างจากชินจิเลย

ชินจิมีภาพลักษณ์เป็นชายผู้แข็งแกร่งในสายตาของอาสึกะ จากตอนที่ 8 อาสึกะ คงจะไม่สนใจชินจิหาก คุณคาจิไม่บอกว่า ชินจิ มีค่าประสานถึง 40 ทั้งที่ไม่เคยผ่านการฝึกมาก่อน และยังจัดการเทวทูตมาแล้ว 3 ตนด้วย อาสึกะจึงสนใจชินจินับแต่นั้น จึงได้บังคับให้ ชินจิ เข้าไปใน Eva02 ด้วย เพื่อโชว์ว่าฉันเองก็แกร่งไม่แพ้นายหรอกนะ

ทำความเข้าใจเรื่อง self esteem

ก่อนที่ self esteem จะถูกทำลายลงเนื่องจากเขาล้มเหลวที่จะช่วยเหลือโทจิ จากเหตุการณ์ Eva03 ก่อนที่จะรับรู้คุณค่าของตนเองอีกครั้ง ในศึกเทวทูตเซรูเอล ซึ่งทั้งอาสึกะและเรไม่สามารถสู้ได้เลยแม้แต่ เกนโด ก็ไม่สามารถนำดัมมี่ปลักมาแทนที่เขาได้ ขณะนั้นคุณค่าในตนเองของเขาก็ผูกติดแน่นอยู่กับ EVA01 เพราะเป็นเพียงคนเดียวที่ขับได้ self esteem ของชินจิก็กลับมา ก่อนที่จะตกต่ำลงอีกครั้งในตอนที่ 22 ที่โดนอาสึกะซึ่งมีมลพิษทางจิตใจขับไล่ออกมา และชินจิไม่มีที่พักใจอีกต่อไปแล้วเนื่องจากในตอนที่ 23 ชินจิได้รับรู้แล้วว่า อายานามิ เร เป็นร่างโคลนของ อิคาริ ยูอิ แม่ของเขานั่นเอง (อนิมาซึ่งถือว่าเป็น Alt time line ต่อจากตอนที่ 24 ของ tv serie บอกชัดเจนว่า ชินจิหลีกเลี่ยงที่จะพบปะ อายานามิ เร เนื่องจากความทรงจำเกี่ยวกับแม่ของเขาเลือนราง ในขณะที่ อายานามิ เร จะเติบโตขึ้นมาเป็น อิคาริ ยูอิ เข้าสักวัน) self esteem ของชินจิตกต่ำลงถึงที่สุดในตอนที่ 24 ที่เขาจำต้องลงมือฆ่าคนที่เขารักและเขาเองมั่นใจว่า คาโอรุเองก็รักเขา และมิซาโตะเองก็ไม่สามารถให้คำปรึกษาเยียวยาจิตใจได้ดีพอ มิหนำซ้ำคำสั่งประหารคาโอรุ โดยมีเขาเป็นเพชฌฆาตยังมาจากมิซาโตะอีกด้วย ชินจิไม่เหลือใครให้พึ่งพิงอีกต่อไป self esteem ตกต่ำลงถึงขีดสุดชินจิไม่เหลือเหตุผลที่อยากจะมีชีวิตอีกต่อไป

คุณค่าในตนเองของชินจิที่เคยผูกติดแน่นกับ Eva-01 ก็กลายเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากเกี่ยวข้องกับมันอีกต่อไป “Eva-01 เครื่องมือประหารคาโอรุ”

อาสึกะวางตำแหน่งของชินจิในหัวใจไว้ในระดับเดียวกับคุณคาจิ

ชินจิ และ คาจิ อยู่ในตำแหน่งเดียวกันในหัวใจของอาสึกะ

ส่วนอาสึกะนับจากตอนที่ 22 อาสึกะเองก็ไม่พอใจชินจิเป็นทุนเดิมที่ไปทำความสนิทสนมกับ อายานามิ เร และยังถูกค้นหาทางจิตใจโดยเทวทูตอาราเอลอีกด้วย ความทรงจำที่ไม่อยากจำถูกขุดขึ้นมา ตอนที่ 23 อาสึกะยังตัดพ้อเลยว่าทีเวลาตอนฉันลำบากไม่ยอมส่งเขา(ชินจิ)มาช่วยบ้างเลย อาสึกะยอมรับความช่วยเหลือจากชินจิ แต่ไม่ยอมรับคงามช่วยเหลือจากเร ในตอนท้ายของตอนที่ 22 ชินจิอยากเข้าไปหาอาสึกะ แต่ก็ถูกอาสึกะไล่ออกมา นับจากนั้นอาสึกะก็ไล่ชินจิมาโดยตลอด ถึงแม้จะถูกไล่แน่ชินจิก็ยินดีที่จะเข้าไปเสมอ ไปดูป้ายหน้าประตูคิดถึงอยู่ว่าอาสึกะไปอยู่ที่ไหน ไปดูเอวา 02 และบ่นถึงอาสึกะ และเข้าไปหาอาสึกะที่ไม่ได้สติในห้องพยาบาลและ "ฉันนี่มันเลวจริงๆ"

อ.ซาดาโมโต เคยอธิบายไว้ว่าได้ออกแบบ อาสึกะ และชินจิแต่แรกไว้ให้เหมือนกับนาเดียกับ ฌอง นั่นคือคู่เพศตรงข้ามและเคยออกแบบให้อาสึกะเป็น ตัวละครนำของเรื่องไม่ใช่ชินจิ แต่พวกเขาทำแบบนั้นไปแล้ว และอยากทำอะไรที่แตกต่างจากอนิเมะในยุคนั้นด้วยการให้ชินจิ ที่มีบุคลิกตรงข้ามกับตัวละครนำทั้งหลายในยุคเป็นตัวละครนำแทน และ ได้อธิบายไว้ว่า ความสัมพันธ์ของ ชินจิ และ อาสึกะ เป็นความสัมพันธ์ในแบบ love hate relationship

อ่านลักษณะของ love hate relationship 

 

ซึ่งมันก็คล้ายกันกับปัญหาความทุกข์ของตัวเม่น hedge hogdilemma ที่แก้ปัญหาด้วยการหาระยะห่าง แต่ love hate relationship นั้นต้องหาพื้นที่ส่วนตัว

อาสึกะที่ไม่ได้สติไม่มีทางขับไล่ไสส่งชินจิอย่างแน่แท้ ฉันมันเลวจริงๆ

ฉันนี่มันเลวจริงๆ I,m lowest of the low

ฉากที่ชินจิเข้าไปห้องพยาบาลในสภาพที่อาสึกะไม่มีพื้นที่ตรงกลางและไม่มีระยะห่างที่เหมาะสมนั้นทำให้ชินจิเอาเปรียบอาสึกะในด้านความสัมพันธ์ในทันทีที่มีโอกาศ ชินจิเรียนรู้แล้วว่าอยากดูแลอาสึกะ แต่อาสึกะขับไล่ออกมาตลอดจึงอยากให้อาสึกะหมดสติอยู่แบบนี้เพื่อจะได้ทำอะไรตามใจตนเองได้ตลอด ชินจิ แสดงออกแบบหนึ่งแต่ในใจจริงๆอยากทำอีกอย่าง ผู้กำกับอันโนะเคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ของอเมริกาว่า ตัวละครที่เขาสร้างมันต้องเป็นมากกว่าตัวละครที่ถูกสร้าง แต่ต้องเป็นเหมือน "มนุษย์ที่มีตัวตนอยู่จริง" ดังนั้นตัวละครในเอวาอาจไม่ได้พูดทุกคำตรงตามที่ใจคิด ในฉาก ห้องพยาบาลชินจิพร่ำบ่นอยากให้อาสึกะฟื้นขึ้นมาแต่ในใจคิดอีกอย่าง อาสึกะที่มีสติจะยอมให้เข้าใกล้ขนาดนี้จริงๆหรือ?

ดังนั้นสาเหตุที่ชินจิบีบคออาสึกะในฉากสุดท้าย one more final: I need you จึงเกิดจากการที่อาสึกะแสดงออกชัดว่าเกลียดชินจิ และชินจิเองก็เข้าใจแบบนั้น และเขาสามารถขัดขวางไม่ให้อาสึกะปฏิเสธเขาได้ 

ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับกลุ่มที่ชอบเสพสมกับศพ เช่น เจ้าชาย ในเรื่อง snow white หรือ sleeping beauty