God's in his heaven,All's right with the world!

Anno Inspiration
แรงบันดาลใจของฮิเดอากิอันโนะ
Rebuild of Evangelion
Evangelion 3.0+1.0 Thrice upon a time
Evangelion Anima
Evangelion Anima อนิเมลำดับถัดไป

โปสเตอร์ของ FLCL Fooly Cooly

Fooly cooly ผลงานชิ้นโบว์แดงของทซึรุมากิที่ทำในช่วงปี 2000 นั้น เป็นแรงบันดาลใจหลายสิ่งอย่างสำหรับ rebuild of evangelion ซึ่งเขารับหน้าที่เป็นผู้กำกับแอนนิเมชัน

 

ในขณะที่ทำงานอยู่กับไกแนกซ์นั้น ทซึรุมากิได้มีผลงานชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง ของเขาซึ่งทำออกมาในฐานะของ ova 6 ตอน อันมีชื่อว่า FLCL (ฟุริคุริ) ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับทซึรุมากิ กับ ไกแนกซ์ โดย ถูกจัดไว้เป็นอันดับที่ 10 ของอนิเมะที่ดีที่สุดตลอดกาล และถูกจัดเป็น 1 ใน 21 อนิเมะที่แปลกที่สุด โดย IGN อีกด้วย โดยมีเนื้อหาเป็นแนว coming of age โดยมีตัวละครหลัก คือ นาโอตะ วัย 12 ปี ที้มีความสัมพันธ์ที่อธิบายได้ยากกับ มามิมิ แฟนสาวของพี่ชายของเขา และ สาววัย 19ที่ไม่ใช่เรื่องจริงไม่เปิดเผยและไม่มีเงื่อนงำว่าจริงๆแล้วอายุเท่าไรกันแน่ ตัวตนของเธอเป็นปริศนา คือ ฮารุกะ รวมถึงตัวละครเอริซึ่งมีปมในการเจริญเติบโตเช่นเดียวกันกับ นาโอโตะ ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งทั้งสามตัวละครนี้ เป็นแรงบันดาลใจของ ทซึรุมากิ ในการสร้างตัวละคร มาริ มากินามิ อิลลัสเทรียส

mari makinami illoustrious mystery

มาริ ซึ่งมีต้นแบบเป็น ฮารุฮาระ ฮารุกะ เอเลียนสาวลึกลับ จาก FLCL

เนื่องจากว่ามาริมีส่วนคล้ายกันกับ ฮารุกะ เอเลียนจากต่างดาวที่ตัวตนเป็นปริศนาและมีความสัมพันธ์ที่อธิบายได้ยากกับพ่อของนาโอตะ และความลึกลับสดใสที่คล้ายกัน มามิมิ สาว ม.ปลาย แฟนของ ทาคุสุ พี่ชายของ นาโอโตะ ซึ่งปฏิบัติกับนาโอโตะเสมือนเป็นตัวแทนของพี่ชาย (อ่อย) แบบเดียวกับที่มาริเองอาจปฏิบัติต่อชินจิเสมือนเป็นตัวแทนของ ยูอิ ทั้งการที่ มามิมิ เรียกทุกสิ่งที่ชอบว่าทักคุง เหมือนกับที่มาริเรียกชินจิว่าเจ้าหมาน้อย หรือ แว่นตาสีแดงของเอริ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้มาริใส่แว่นตาสีแดงเช่นเดียวกัน นับว่าตัวละครมาริเป็นจินตนาการถึงผู้หญิงของทซึรุมากิโดยเฉพาะ

mamimi with camera

การต่อยอดนำแนวคิดจาก FLCL มาสู่เอวานเกเลียน ก็คือเครื่องเกมส์วอนเดอร์สวอน ของ มามิมิ ซึ่งเธอมักจะเล่นเกมส์ fire starter อยู่เสมอ โดยเกมส์ดังกล่าวนั้น ในเนื้อเรื่องได้อธิบายไว้ว่าเป็นเกมส์ที่ผู้เล่นต้องวางเพลิง เผาสถานที่บางแห่งในเมือง เพื่อบูชาเทพ กานติโด ซึ่งจะก่อเพลิงเมื่อใดไม่มีใครรู้แต่หากไม่วางเพลิงป้องกันการลุกลามไฟจะไหม้หมดทั้งเมืองทำให้ไม่มีที่อยู่ ซึ่งตัวของมามิมิ เองก็ทำเช่นเดียวกันกับเกมส์ตัวของเธอเองก็มีปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน จึงได้ออกวางเพลิงเผาสถานที่ที่เธอไม่ชอบใจ มามิมิ แสดงออกว่าเธอน่ารักสดใสอยู่เสมอ แต่เธอก็มีปัญหาของตนเอง อยู่ทั้งเรื่องที่เธอถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน ถูกนำรองเท้าไปลอยทิ้งในแม่น้ำเสมอ ครอบครัวของเธออาจจะแตกแยกหรือไม่ก็ไม่มีบ้านให้กลับไป เป็นโฮมเลสนี่เองมักจะปรากฏตัวอยู่ใต้สะพานเมืองมาบาเสะอยู่เสมอ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องเงินดังที่มาขอขอบขนมปังจากร้านของคามอนไปกินเอง เธอมีภายในที่เปราะบางและโดดเดี่ยวเช่นเดียวกันกับอาสึกะ

gunpey with wonderswan

เครื่อง wonderswan และ เกมส์ gunpey ซึ่งไม่ทำการตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น

ดังนั้นสำหรับ อาสึกะ ใน rebuild of evangelion ซึ่งครอบครองเครื่องวอนเดอร์สวอนซึ่งก็แปลกมากที่ชาวต่างชาติจะมีเครื่องนี้ไว้ในครอบครอง เนื่องจากว่ามันถูกผลิตและวางจำหน่ายโดย Bandai และไม่มีการจำหน่ายนอกญี่ปุ่น ดังนั้นหนทางเดียวที่อาสึกะจะมีเครื่องนี้ได้คือ ชาวญี่ปุ่นหิ้วไปให้เท่านั้น และ เกมส์ที่เธอเล่นเป็นประจำคือเกมส์ Gunpey ซึ่งมีโหมดเนื้อเรื่องเป็นการที่คาวบอยช่วยเหลือปกป้องหญิงสาวจากเหล่าร้าย และเกมส์เพลย์เป็นการเชื่อมต่อเส้นทาง นั่นอาจหมายความว่าในใจลึกๆของอาสึกะที่มักแสดงออกว่าแข็งแกร่งพึ่งตนเองได้แต่ภายในใจกลับอ่อนแอ และคาดหวังว่าจะถูกปกป้องดูแลอยู่เสมอ รวมถึงเกมส์เพลย์ที่เป็นการต่อเส้นทั้งหมดให้เชื่อมโยงกัน เมื่อได้พบเห็นตั๋วรถไฟที่มีรูปของ ชินจิ และ อาสึกะ ซึ่งสามารถต่อตั๋วทั้งสองใบให้กลายเป็นภาพเดียวกันและเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟให้เดินทางต่อได้ มันอาจหมายถึงความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของอาสึกะที่จะสื่อสารตรงไปถึงชินจิอยู่เสมอ

ขอบคุณภาพจาก Jjbrothers Toys

ขอขอบคุณภาพจากเพจ 

Jjbrothers Toys

ฉากที่เอริยอมใส่แว่นตาสีแดงให้ นาโอตะ เห็นในห้องนอนของนาโอตะนั้นก็เหมือนกับฉากที่อาสึกะ ใน 2.0 เข้ามานอนเตียงเดียวกันกับชินจิ นั่นเป็นการแสดงความรู้สึกของการยอมรับและไว้วางใจที่มีต่อกัน รวมถึงการที่เอริทำการโกงผลโหวตเพื่อที่จะได้รับบทแสดงนำในละครเวที puss in boot ของห้องเรียน ก็เพื่อจะได้แสดงนำร่วมกับนาโอตะ เอริ เปิดเผยเรื่องนี้กับนาโอตะ ก็เหมือนกับการที่ อาสึกะ แสดงความอ่อนแอของตนเองให้ชินจิเห็นใน 2.0 นั้นหมายความว่าชินจิรับรู้อยู่แล้วว่าเนื้อในจริงๆของอาสึกะเป็นอย่างไร ถึงแม้จะชอบใช้ความรุนแรงแต่ก็เปราะบางอยู่ภายในเช่นกัน

ด้านอ่อนแอของอาสึกะ

ฉากสำคัญที่คิดว่าน่าจะรุนแรงในความรู้สึก คือฉากที่ คามอน พ่อของนาโอตะทำการนวดฮารุกะด้วยหนวดของตนเอง และฉากเสียงพากษ์ที่คิดอย่างอื่นแทบไม่ได้นอกจาก “ฉากกินตับ” ของคามอนกับฮารุกะ และในเรื่อง นาโอตะ เองก็ไม่พอใจนักที่พ่อและปู่นำหุ่นยนต์ Canti ที่งอกออกมาจากหัวของเขาไปใช้เป็นแรงงานในบ้านและร้านขนมปังของบ้านเขา ฉากที่ย้อนถึงคำพูดของ ฮารุกะ ที่ว่า “ก็ฉันเจอนาโอตะเป็นคนแรกนี่นา” นั่นยิ่งทำให้เห็นว่าแม้ตามปกติความสัมพันธ์ของนาโอตะและคามอนจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่เมื่อโดนพ่อแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปก็ทำให้เลือดขึ้นหน้าใช้ไม้เบสบอลหวดพ่อในร่างของหุ่นยนต์ถึงแก่ความตาย นั่นอาจเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่นำมาใช้อีกครั้งในเอวานเกเลียน นั่นคือการถูกพ่อพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่รักชอบใจไปทั้งหมด ทั้ง คาโอรุ และ อาสึกะ กระตุ้นให้ชินจิขึ้นขับเอวา 01 และเริ่มต่อสู้กับเกนโดก่อนที่จะเริ่มพูดคุยกัน (ชินจิเองเป็นฝ่ายเปิดก่อน)

นาโอตะที่โดนคาม่อนแย่งฮารุกะ

คาม่อนแย่งฮารุกะมาจากนาโอตะ