God's in his heaven,All's right with the world!

Anno Inspiration
แรงบันดาลใจของฮิเดอากิอันโนะ
Rebuild of Evangelion
Evangelion 3.0+1.0 Thrice upon a time
Evangelion Anima
Evangelion Anima อนิเมลำดับถัดไป

evvangelion 3.0 - 120 min

ชินจิและอาสึกะต่างพูดกับอีกฝ่ายว่าเคยชอบกันแต่ถ้าเราไม่ดูบริบทของสถานการณ์เราจะเข้าใจว่าพวกเขาต่างมูฟออนกันไปแล้ว i love you more than you ever know

 

โดยทางด้านสถานการณ์ของ ชินจิ เขาต้องการที่จะทำการย้อนประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีเอวาและผลกระทบของการที่มีเอวาเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งในภาค 3.0 คาโอรุได้ให้ความหวังกับเขาที่จะทารกแก้ไขด้วยการใช้หอกสองชนิด คือ หอกลองกินุส และ หอกคาสิอุส โดยชินจิกับคาโอรุต้องการใช้หอกทั้ง 2 ทำ 4th impact เพื่อทำการย้อนผลของการเกิด 3rd impact เป็นความหวังของชินจิที่จะทำการแก้ไขความผิดพาดของตน แต่ก็ตามชื่อภาค you can(not) redo ชินจิทำไม่สำเร็จจนทำให้เกิดภาค 3.0+1.0

เมื่อถึงภาค 3.0+1.0 ชินจิเกิดความคิดที่จะทำการลบล้างประวัติศาสตร์ทีมีเอวาและผลกระทบของมัน ซึ่งก็คือผลกระทบตั้งแต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ 2nd impact มาเลยทำให้ในท้ายที่สุดทะเลได้กลับกลายเป็นสีฟ้าดังเดิม และประวัติศาสตร์ของโลกถูกเขียนใหม่โดยที่ไม่มีเอวา แต่โลกใบนั้นยังคงมีเซเล เพราะ DSS Choker ยังคงมีตัวตนในโลกที่สร้างใหม่

ซึ่งการที่ชินจิจะสามารถทำแบบนั้นได้เขาจะต้องเสียสละตนเองด้วยการใช้หอก ไกอัส (หอกของวุนเดอร์) แทงเข้าใส่ตนเอง ซึ่งในขณะนั้นชินจิมีค่าอัตราการประสานเป็นอนันต์(infinite ) ซึ่งหมายความว่าชินจิจะแทงตัวเขาเองด้วยหอก และผลที่เกิดขึ้นคือชีวิตของเขา ชินจิ รู้ผลของสิ่งที่เขาจะทำอยู่แล้ว ว่าเขาไม่สามารถอยู่กับอาสึกะได้เพราะโลกที่ไม่มีเอวานั้นจะไม่มีเขาอยู่ด้วย   ดังนั้นในฉากขอนไม้ที่อาสึกะได้พบกับเคนสึเกะนั้นเป็นผลจากการที่เขาเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงของอาสึกะ โดยเขาเป็นฝ่ายปฏิเสธว่าเขาไม่เคยพบกับอาสึกะเลยในวัยเด็ก ทั้งที่อาสึกะก็พบเห็นชินจิในอ้อมกอดของยูอิและเกนโด อีกทั้งเครื่องเล่นเกมส์ wonderswan ของอาสึกะก็เป็นสิ่งที่ทำตลาดขายเฉพาะในญี่ปุ่น ดังนั้นเครื่องเล่นเกมส์ของอาสึกะคือสิ่งที่ชินจิทิ้งไว้ให้อาสึกะ อาจรวมถึงตุ๊กตาของอาสึกะด้วยเพราะความทรงจำของอาสึกะ พบตุ๊กตาตัวนั้นครั้งแรกบนขอนไม้

ด้วยการที่ชินจิรับรู้แล้ว่าอาสึกะยังคงรักเขาจากความทรงจำของอาสึกะที่เขาได้เรียนรู้ ทุกสถานที่ในความทรงจำคือสถานที่ที่ชินจิและอาสึกะเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่พึงสังเกตไว้ว่าไม่มีสถานที่จากบ้านของเคนสึเกะอยู่ในนั้น หมายความว่าเคนสึเกะไม่มีความสำคัญสำหรับอาสึกะ แต่เป็นชินจิที่นำเคนสึเกะเข้ามาในความทรงจำแสนสุขของเธอเอง

ชินจิพูดขึ้นว่า “ขอบคุณนะที่เคยชอบฉัน ฉันก็เคยชอบเธอเหมือนกัน” ควรคำนึงถึงว่าเมื่อก่อนของชินจิไม่ได้ยาวไกลนักเพราะเขาหลับใหลมาตลอด 14 ปี พึ่งจะตื่นขึ้นมาได้ไม่นานนักมากที่สุดก็อยู่ในหน่วยเดือนเท่านั้น ชินจิ ไม่ได้เคยชอบแต่ยังคงชอบอาสึกะอยู่ในปัจจุบันแต่เขาเห็นแก่ตัวบอกรักอาสึกะ ไม่ได้ในเมื่ออาสึกะก็ไม่เคยเห็นแก่ตัวคำนึงถึงประโยชน์สุขของชินจิมาโดยตลอด

อาสึกะ เคยเสียสละเพื่อประโยชน์สุขของชินจิมาแล้ว ถึง 2 ครั้ง ครั้งที่แรก ในภาค 2.0 อาสึกะเป็นฝ่ายเสนอตัวไปทดสอบเอวา 03 ด้วยตนเอง ทั้งที่ ดร.อาคางิ ริทสึโกะ ได้เลือก อายานามิ เร ไว้เป็นนักบินทดสอบไว้แล้ว แต่เป็นเพราะอาสึกะคำนึงถึงความพยายามของ อายานามิ เร ที่มีบาดแผลจากการทำอาหารมากกว่าเธอ และ แผนของ เร คือการพาเกนโด และ ชินจิมากินข้าวด้วยกัน แม้ผลของการที่ชินจิไปกินข้าวกับ เร และ เกนโด จะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาพัฒนาขึ้นมหาศาล แต่เพื่อประโยชน์ของ ชินจิ อาสึกะ ยอมเสียสละได้ สังเกตดูแววตาของอาสึกะที่คัยโทรศัพท์กับมิซาโตะ มีแววตาเดียวกับชินจิที่ บอกรักเธอบนชายหาด และ ยังคงมีแววตาแบบเดิมขณะที่คุยกับคาโอรุ

ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นใน 3.0+1.0 เมื่ออาสึกะได้รับปลักสูทสีขาวชุดใหม่ (รหัสของชุดนี้ในรอบสตอรี่บอร์ด คือ “ผ้าห่อศพสีขาว”) มาริดีใจที่ได้ชุดใหม่ แต่อาสึกะก็พูดขึ้นมาว่า เขาต้องให้ชุดใหม่เราแน่อยู่แล้วเพราะนี่คือชุดที่เอาไว้ใส่ลงโลง อาสึกะ รับรู้แล้วว่าในศึกสุดท้ายไม่ว่าเธอจะสู้จนตัวตาย หรือรอดกลับมายังไงเธอก็ต้องตายอยู่ดีในฐานะของเทวทูตตนสุดท้าย วีเล และ มิซาโตะ เองก็ไม่ต้องการให้เธอมีชีวิตรอดเป็นระเบิดเวลาเดินได้ หลังจากศึกสุดท้าย นักบิน เอวาจะไม่มีความจำเป็นกับ wille อีกต่อไปเมื่อไม่มี nerv หนทางข้างหน้าสำหรับอาสึกะคือความตายอย่างเดียวเช่นกัน

อาสึกะพูดขึ้นว่า “อาหารที่นายทำอร่อยมาก ฉันคิดว่าตอนนั้นฉันก็เคยแอบชอบนาย แต่ฉันเป็นผู้ใหญ่กว่านายไปแล้ว” ทั้ง 3 ประโยคเป็นใจความสำคัญ เริ่มจาก อาหารที่ชินจิทำให้อาสึกะ คือ อาหารมื้อสุดท้ายของเธอ เนื่องจากอาสึกะไม่สามารถทานอาหารได้ดื่มได้แต่น้ำเท่านั้น อีกทั้งยังนอนไม่หลับด้วย (หากจำบทสัมภาษณ์ของ โมโยโกะ อันโนะ ได้ เธอเคยพูดว่า “เขาหลงลืมแม้แต่วิธีที่จะใช้ชีวิต (ต้องกินไม่ใช่อาเจียนออก) ฉันกลัวมากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ” ซึ่งอาสึกะตั้งแต่เริ่มต้นภาค 3.0+1.0 ก็ใช้เวลาทั้งหมดของเธอไปกับการดูแลชินจิ อาสึกะ เฝ้าดูตลอดจนกระทั่งฝนตก อาสึกะ บอก เร ถูกตำแหน่งที่ชินจิอยู่ด้วยโดยบอกว่าเขาอยู่ใต้อาคาร อาสึกะกลับมาหลบฝนเท่านั้น

สำหรับอาสึกะไม่ได้เคยแอบชอบชินจิแต่ยังเป็นอยู่ในปัจจุบัน จาก Eva extra manga Evangelion 3.0 -120 min ก็บอกไว้ว่าอาสึกะใส่ปลักสูทเก่าสมัยที่ยังมีชินจิอยู่ในชีวิต โดยเอามาซ่อมใช้ติด Duct tape ใช้งานเพื่อบอกชินจิว่านายไม่ต้องเผชิญเรื่องนี้ตามลำพัง เพราะฉันยังเหมือนเดิม แต่อาสึกะก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เสียทีเดียวเพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่คือ Love Hate relationships อาสึกะนึกขึ้นได้ว่า เกนโด และ ชินจิ เป็นสาเหตุของความซวยเหลือคนานับของเธอ จึงได้ใส่เสื้อคลุมทับปิดบังความรู้สึกในตอนต้น (อาจเป็นเพราะ แน่ใจว่าชินจิไม่ไปไหนหรอกค่อยมาหาภายหลังก็ได้ แต่สุดท้ายก็ถูก เร พาไป nerv ) อาสึกะ บอกว่าเคยชอบชินจิ เป็นเพราะเธอไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้ ด้วยเหตุผลเดียวกันกับชินจิ ถึงแม้อาสึกะจะบอกว่าเธอเปลี่ยนไปแล้วแต่ไม่ได้หมายความว่าชินจิจะมูฟออนแม้ว่าชินจิจะเคยเข้าใจว่า อาสึกะ และ เคนสึเกะ คบกัน เหมือนที่ อาสึกะ เคยเข้าใจว่า ชินจิ คบกับเร ในตอนที่ 22 tv serie เพราะความรู้สึกของชินจิถูกขับออกมาผ่านบทเพลง what if โดย yoko Takahashi  ซึ่งถูกซ่อนไว้ในฐานะเพลงบรรเลงในฉาก เร ยักษ์ และ ความรู้สึกของอาสึกะ ถูกขับออกมาผ่านบทเพลงที่สำคัญระดับ Theme ของภาค นั่นก็คือ One last kiss ของ utada hikaru