God's in his heaven,All's right with the world!

Anno Inspiration
แรงบันดาลใจของฮิเดอากิอันโนะ
Rebuild of Evangelion
Evangelion 3.0+1.0 Thrice upon a time
Evangelion Anima
Evangelion Anima อนิเมลำดับถัดไป

บทวิเคราะห์ฉาก “ฉันนี่มันเลวจริงๆ” ใน The end of evangelion

             

ใน The end of Evangelion นั้นมีฉากที่มีชื่อเสียมายาวนานคือฉากที่ชินจิ ช่วยตัวเองโดยใช้ร่างกายอันเปลือยเปล่าของอาสึกะที่ไม่ได้สติ เป็นเครื่องมือ ซึ่งถูกนำมาล้อเลียนเป็นมีมอย่างสนุกสนานแต่ไม่ได้มีคำถามเลยว่าทำไม? ชินจิจึงทำแบบนั้นฉากนี้อาจถือเป็นฉากที่ลดคุณค่าของภาพยนตร์ลงไป แต่ในเมื่อ ซีรีย์ดั้งเดิมมีความเป็นจิตวิทยาค่อนข้างสูงดังนั้นทุกการกระทำย่อมหาเหตุผลมาอธิบายได้

 ฉันนี่มันเลวจริงๆ

ในฉากเปิดเรื่องของ The end of Evangelion เราได้เห็นชินจิอยู่ริมทะเลสาบซึ่งเป็นทะเลสาบเดียวกันกับที่ ชินจิ พบ คาโอรุ มิซาโตะ คุยกับชินจิ ถึงคำสั่งของเธอที่สั่งให้ชินจิฆ่าคาโอรุ และ ครั้งนี้นั้นเป็นครั้งที่ 3 สังเกตดูว่ามีรูปปั้น Winged Victory of Samothrace อยู่ด้วย ถ้าทะเลสาบพร้อมรูปปั้นมีความสำคัญ ลองมาคิดดูก่อนดีกว่าว่ามันสคัญในแบบไหน อ.อันโนะ ใช้สถานที่นี้ทำอะไรบ้าง

ทะเลสาปคลายทุกข์

ครั้งที่ 1 ตอนที่ 24 ครั้งที่ 1 ชินจิรำพึงรำพันว่า ทั้งโทจิและเคนสึเกะต่างก็สูญเสียบ้านของพวกเขาไปจึงต้องออกไปจากโตเกียว 3 เพื่อไปหาที่อยู่ใหม่ อายานามิ เร ที่เขารู้จักก็ตายไปแล้ว ที่เห็นอยู่ในขณะนี้เธอคือคนที่ 3 ที่เขาไม่รู้จัก รู้สึกกลัวขึ้นมา อาสึกะก็หายตัวไปเขาเองก็ไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน ดังนั้นชินจิจึงไม่มีที่ไป ไม่มีใครเป็นที่พึ่งพิงทางใจให้อีก ซึ่งทั้งหมดได้บอกถึงสภาพจิตใจของชินจิได้ว่าเขารู้สึกโดดเดี่ยว ในขณะนั้นชินจิก็ได้พบกับคาโอรุ ซึ่งจะเป็นนักบินคนที่ 5  

ครั้งที่ 2 ตอนที่ 24 หลังจากที่คาโอรุตายไปแล้ว ชินจิ มาอยู่ตรงนี้กับมิซาโตะพวกเขาคุยกันโดยข้อความนั้นแสดงให้เห็นถึงชินจิที่ไม่อยากมีชีวิตยู่ต่อ

ชินจิ : คาโอรุเขาบอกว่าเขารักผม มันเป็นครั้งแรกในชีวิตผมที่มีคนบอกว่าชอบผม เขาเองก็เหมือนกันกับผม เหมือน อายานามิ  ผมเองก็ชอบเขา เขาควรเป็นคนที่รอดชีวิต

มิซาโตะ : เธอพูดผิดแล้วหละผู้ที่ควรรอดชีวิตคือคนที่อยากมีชีวิตรอด แต่เขาต้องการที่จะตายเอง เขาทอดทิ้งเหตุผลที่จะมีชีวิต เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยชินจิ

ชินจิ : คุณมิซาโตะใจร้ายจัง

ด้วยถ้อยคำที่พูดคุยกันมันบอกได้ว่าชินจิกำลังคิดลบกับชีวิตของตัวเขาเอง ตั้งแต่เขาคิดว่าเขาควรจะตายไปในตอนนั้นไม่ใช่คาโอรุ และ มิซาโตะ ก็ล้มเหลวในการเป็นที่พักพิงทางจิตใจให้กับชินจิ

ครั้งที่ 3 ชินจิกลับมาที่ทะเลสาบนี้อีกครั้งในฉากเปิดเรื่องของ The End of Evangelion ชินจิมาที่ทะเลสาบนี้เมื่อเขารู้สึกทุกข์ใจ แต่ใน EOE นั้นแตกต่างจากทุกครั้งเพราะชินจิมาที่นี่เพียงลำพัง ไม่มีใครคอยช่วยเหลือให้เขารู้สึกคลายความทุกข์ เหมือนอย่างในตอนที่ 24 ไม่มีคำพูดใดๆในฉากนั้น ฉากเปิดเรื่องของ EOE แสดงออกถึงความต่อเนื่องของความทุกข์ที่ชินจิได้รับหลังจากการฆ่าคาโอรุ และมิซาโตะก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจให้เขาได้ ชินจิมีสภาพทางจิตใจที่แย่กว่าเมื่อครั้งที่เขาพบคาโอรุอีกด้วย Self esteem ของเขาตกต่ำลงถึงที่สุด แต่ก็ไม่เท่ากับในภาค 3.0+1.0

                    คำสำคัญเพื่อนของเขาล้วนย้ายออกไปจาก โตเกียว 3 แล้วอายานามิ เร ที่เขารู้จักก็ตายไปแล้ว และเขารู้สึกกลัวที่จะพบหน้า อายานามิ เร คนใหม่ที่มาแทน เขาไม่กล้าไปพบใครทั้งสิ้น มิซาโตะไม่สามารถจะให้คำแนะนำให้เขาได้สบายใจได้เลย ชินจิมองหาหนทางที่จะทำให้สบายใจขึ้นอย่างที่เขาได้รับจากคาโอรุ และมิซาโตะพยายามจะทำ ในตอนที่ 24 ชินจิจึงเหลือเพียงคนเดียวให้เขาไปหาความสบายใจได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ เธอคนนั้นจะขับไล่ไสส่งเขาเพราะมลพิษทางจิตก็ตาม แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าเธอไม่ได้สติอยู่ในอาการโคมา จากนั้นฉากทะเลสาบก็เปิดกว้างนำชินจิมาที่ห้องพยาบาลของอาสึกะ

เมื่อเราเรียนรู้บริบทของชินจิทั้งหมดแล้วก็มาเรียนรู้ถึงลักษณะความสัมพันธ์ของอาสึกะและชินจิ

อย่างที่เราได้เรียนรู้แล้วว่าชินจิมาที่ห้องพยาบาลของอาสึกะเพื่อมองหาความสบายและผ่อนคลายความตึงเครียดในจิตใจสักหน่อย อย่างที่เขาได้รับจากคาโอรุ และ มิซาโตะ และเขาไม่มีที่ไหนให้ไป ชินจิไม่ได้ไปหาอาสึกะเพราะว่าเธอพิเศษสำหรับเขา แต่เป็นเพราะเขาไม่เหลือใครอีกนอกจากเธอ ฉากนี้แสดงถึงความเกี่ยวพันธ์ กับฉากที่ชินจิบีบคออาสึกะในอาพาร์ทเมนต์ของมิซาโตะ ชินจิ และ อาสึกะพูดอะไรบ้าง

S: ฉันอยากช่วยเธอเท่าที่ทำได้ฉันอยากให้เราอยู่ด้วยกันตลอด

A: ก็ไม่ต้องทำอะไรเลิกกวนฉันได้แล้ว นายมีแต่จะทำร้ายฉัน

S: อาสึกะช่วยฉันที่สิ เถอะนะ ฉันมีแค่เธอคนเดียวนะ อาสึกะ

A: คนโกหก ใครก็ช่วยได้ทั้งนั้นแหละ นายกลัวมิซาโตะกับเด็กคนที่หนึ่ง(เร) กลัวพ่อตัวเองแม่ตัวเอง นายเลยวิ่งมาหาฉัน

S: ช่วยด้วยอาสึกะ

A: เพราะง่ายสุด เจ็บน้อยสุด

S: เถอะนะช่วยฉันด้วย

A: นายไม่เคยรักใครจริงๆเลย นายเอาแต่อยู่กับตัวเอง แต่ก็ไม่เคยรักตนเองเลย น่าสมเพศ

S: ช่วยด้วย ได้โปรดใครก็ได้ช่วยฉันที ช่วยด้วย... อย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว อย่าทิ้งฉัน อย่าฆ่าฉัน

A: ไม่

ซึ่งประโยคคำพูดเหล่านั้นมันไปสะท้อนถึงฉากที่ชินจิช่วยตัวเองโดยใช้อาสึกะที่ไม่ได้สติมาจินตนาการ และทำให้เราเรียนรู้ได้ว่าทำไมชินจิถึงทำแบบนั้น และยังบอกได้อีกว่าชินจิเองก็สนใจอาสึกะในฐานะของผู้หญิงคนพิเศษสำหรับเขา

อาสึกะทอดสะพานให้ชินจิเสมอ

          สำหรับชินจินั้นเมื่ออาสึกะยังมีสติดีอยู่ เธอพยายามจะทอดสะพานให้เขาหลายครั้ง แต่สิ่งที่อาสึกะได้กลับมาคือความเมินเฉยของชินจิ เสมอมาไม่ว่าจะ บอกใบ้ถึงกำแพงเจริโคอันไม่มีวันพังทลาย (แต่ชื่อเสียงของกำแพงนั้นมาจากการที่มันพังทลายลงง่ายๆ) แกล้งละเมอมานอนข้างชินจิจนเขาเกือบจะจูบเธอ หรือ แหย่เล่นทีเล่นทีจริงในการสอนวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องความร้อนอาจจะทำให้หน้าอกของเธอใหญ่ขึ้น แม้แต่ ฉากจูบจริงในตอนที่ 15 แม้ว่าอาสึกะจะเสนอให้ แต่ชินจิตอบแทนให้อาสึกะด้วยการทำให้เธอรู้สึกผิดหวังที่เขาไม่ตอบรับความรู้สึก เมื่ออาสึกะยังมีสติ แต่เมื่อเธอไม่ได้สติชินจิกลับแสดงความต้องการสิ่งที่เธอเคยเสนอให้

ดังที่ฉากรถไฟใน The end of evangelion อาสึกะพูดขึ้นว่า “ฉันรู้ว่านายจินตนาการถึงฉันทุกครั้งที่นายช่วยตัวเอง ทำอีกสิทำอย่างที่นายชอบ ฉันจะมองดูนายอยู่ตรงนี้ ถ้าฉันไม่ได้นายทั้งหมดฉันก็ไม่ต้องการอะไรจากนายอีกเลย”

ถ้าไม่ได้นายทั้งหมดฉันก็ไม่ต้องการอะไรจากนายอีกเลย

ฉากรถไฟนี้เกิดขึ้นก่อนฉากที่ชินจิบีบคออาสึกะครั้งแรก ชินจิซึ่งไม่กล้าสู้หน้าอาสึกะกลับเข้าหาอาสึกะเรียกร้องขอสิ่งที่ต้องการจากเธอ อาสึกะต้องการความสนใจจากชินจิ และเธอเปิดโอกาสให้เขาแสดงความรู้สึกหลายครั้งอย่างทีกล่าวไปแล้ว แต่ชินจิกลับแสดงออกถึงความสนใจในตัวเธออย่างที่อาสึกะต้องการ (อย่างรุนแรงเพียงครั้งเดียว และเป็นคราวที่เธอไม่ได้สติไม่รับรู้ใดๆ ด้วยการช่วยตัวเอง) อาสึกะในความคิดของเขาเองก็ตอบสนองอย่างแดกดัน ด้วยการบอกเขาว่า สำหรับเขาจะเป็นใครก็ได้ แต่ฉันไม่ยอมเป็นตัวเลือกฉันจะเป็นเส้นทางบังคับเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

          ความสำคัญของฉากนี้คือ ชินจิ ล้มเหลวในการทำทุกอย่างตามที่อาสึกะต้องการ แต่ก็ยังมีความต้องการอย่างเห็นแก่ตัวที่จะใช้เธอตอบสนองความต้องการของเขาอยู่ฝ่ายเดียว ดังนั้นฉากช่วยตัวเองของเขาคือการนำเสนอว่าเขาส่งข้อความไปหาเธอแล้วนะแต่เขาไม่ได้รับอะไรตอบกลับมา ฉากนี้ยังแสดงออกถึงความสัมพันธ์ของชินจิและอาสึกะ ซึ่งนำมาใช้อ้างอิงถึงเหตุการณ์ครึ่งหลังของภาพยนตร์ มันแสดงออกถึงการ ส่งข้อความเพื่อสานสัมพันธ์ถึงอีกฝ่ายหนึ่งแต่ไม่เคยได้รับการตอบรับ หรือตอบแทนความรู้สึกใดๆ มันเป็นการบอกถึงพฤติกรรมความเห็นแก่ตัวของชินจิที่ใช้มนุษย์คนอื่นเพื่อรองรับอารมภ์ความรู้สึกของเขาเท่านั้น